ครม.ไฟเขียวร่างแผนอุปถัมภ์คุ้มครองพุทธ ภายใต้คำสั่งคสช. ๘๙/๒๕๕๙ ให้ วธ. พศ. ดำเนินกิจกรรมตามแผนยุทธศาสตร์ ต้องรายผลทุก ๓ เดือน

0
638

สำนักข่าว Thai R News รายงาน วันนี้ (๑๔ มีนาคม) เวลา ๑๓.๐๐ น. คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ(ร่าง)แผนการอุปถัมภ์คุ้มครองศาสนาต่าง ๆ ภายใต้คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๔๙/๒๕๕๙ (ปีงบประมาณ ๒๕๖๐-๒๕๖๔) ซึ่งสาระสำคัญของร่างแผนการอุปถัมภ์คุ้มครองศาสนาต่าง ๆ ประกอบด้วย ๕ แนวทาง ๖ ยุทธศาสตร์ คือ แนวทางประกอบด้วย ๑.การส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษา ๒.การส่งเสริมและสนับสนุนการเผยแผ่หลักธรรมที่ถูกต้อง ๓.การอุปถัมภ์และคุ้มครองศาสนา ๔. การส่งเสริมความเข้าใจอันดีและความร่วมมือระหว่างศาสนา  และ ๕. การสร้างการรับรู้และความเข้าใจในกิจการศาสนา  ส่วนยุทธศาสตร์ ประกอบด้วย ๑.ส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษา ๒.ส่งเสริมและสนับสนุนการเผยแผ่หลักธรรมที่ถูกต้อง  ๓.อุปถัมภ์ศาสนา  ๔.คุ้มครองป้องกันการบ่อนทำลายศาสนา ๕.การสร้างความเข้าใจอันดีและความร่วมมือระหว่างศาสนา ๖.การสร้างการรับรู้และความเข้าใจในกิจการศาสนา

ทั้งนี้ เนื่องจากหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้มีคำสั่งที่ ๘๙/๒๕๕๙ ลงวันที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๕๙  เรื่องมาตรการอุปถัมภ์และคุ้มครองศาสนาต่าง ๆ ในประเทศไทย ต่อมาคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๙ มอบหมายให้รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี(นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ  ปัจจุบันเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม)กำกับดูแลหน่วยงานภาครัฐที่ได้รับมอบหมายตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ดำเนินการให้เป็นรูปธรรมตามกรอบระยะเวลากำหนด  โดยมอบกระทรวงวัฒนธรรม กรมการศาสนา และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ร่วมกันประชุมองค์กรศาสนา ๕ ศาสนาระดมความคิดเห็นและ ร่วมกันจัดทำแผนการอุปถัมภ์ดังกล่าวขึ้นก่อนแล้วจัดประชุมร่วมกับหน่วยงานตามคำสั่ง คสช.และองค์กรศาสนาต่าง ๆ ระดมความคิดเห็นจนเป็นที่ยุติหลายครั้งก่อนที่จะนำเสนอ ครม.เห็นชอบในวันนี้  โดยมีวิสัยทัศน์คือศาสนาคือ ศาสนาในประเทศไทยได้รับการทำนุบำรุงส่งเสริมให้มีบทบาทในการส่งเสริมให้คนไทยมีพฤติกรรมที่ถูกต้องดีงามมีคุณธรรม  สังคมไทยมีความรักความสามัคคี อยู่ร่วมกันอย่างปรองดองสมานฉันท์ มีความสงบสุขร่มเย็น

ต่อจากนี้ไป กระทรวงวัฒนธรรมโดยกรมการศาสนาจะร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ โดยเฉพาะสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และองค์กรศาสนาช่วยกันเร่งผลักดันและดำเนินงานโครงการและกิจกรรมต่าง ๆ ตามแผนงานเพื่อให้เป็นไปตามแผนงานและยุทธศาสตร์  ทั้งนี้ตามคำสั่ง คสช.กำหนดให้ต้องรายงานผลการดำเนินการให้ครม.ทราบทุก ๓ เดือน จึงต้องกำกับดูแลเร่งรัดให้เป็นรูปธรรมต่อไป