คณะศิษยานุศิษย์ “หลวงพ่อพูล” เดินสายเจริญพระพุทธมนต์แดนดินถิ่นอีสาน วันนี้ ณ พระธาตุเรณู-พระธาตุท่าอุเทน

0
244

พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ (หลวงพี่น้ำฝน) เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม  อ.เมือง จ.นครปฐม เปิดเผยว่า คณะสงฆ์พร้อมด้วยคณะอุบาสกอุบาสิกา ได้จัดโครงการสวดมนต์ถวายเป็นพุทธบูชาทุกพระธาตุทั่วไทย ร่วมกันทำความดีด้วยหัวใจ โดยคณะศิษยานุศิษย์ในพระเดชพระคุณท่านเจ้าคุณพระมงคลสิทธิการ (หลวงพ่อพูล อัตตะรักโข) สุดยอดพระอมตะเถราจารย์ ที่สำคัญโครงการดังกล่าวนี้เน้นวิถีปฏิบัติซึมซับบทสวดเจริญพระพุทธมนต์ เสริมสมาธิสติปัญญา ทั่วแดนดินถิ่นอีสาน สวดถวายพระมหาธาตุศักดิ์สิทธิ์ ถวายเป็นพุทธบูชา โดยในวันนี้ (13 มีนาคม 2562) ที่พระธาตุเรณู อ.เรณูนคร และพระธาตุท่าอุเทน อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม

,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,

,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,

สำหรับพระธาตุเรณูนั้น ตั้งอยู่ที่วัดธาตุเรณู  ต.เรณู  อ.เรณูนคร  จ.นครพนม  วัดธาตุเรณูเดิมชื่อวัดกลาง  เพราะสร้างขึ้นตรงกลางเมือง  เป็นวัดคู่บ้านคู่เมือง  แต่จะสร้างขึ้นเมื่อใดนั้นไม่มีหลักฐานแน่นอน  เล่ากันมาว่าเจ้าผู้ปกครองเมืองคนแรกพร้อมด้วยอุปฮาดกรมการเมือง  และราษฎรร่วมกันสร้างขึ้น  แต่โบราณกาลมาถือว่าวัดกลางเป็นวัดสำคัญของเมือง  เป็นวัดสำหรับกระทำพิธีดื่มน้ำพระพิพัฒน์สัตยาตามประเพณีด้วย  ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อวัดกลางมาเป็น “วัดธาตุเรณู” ตามพระธาตุเรณู  ดังที่เรียกกันอยู่ในปัจจุบันนี้

พระธาตุเรณูสร้างด้วยอิฐถือปูน  ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของวัดในปัจจุบัน รูปแบบของพระธาตุเรณูได้จำลองรูปทรงมาจากพระธาตุพนมองค์เดิม ภายในองค์พระธาตุบรรจุพระไตรปิฎก  พระพุทธรูปทองคำ  พระพุทธรูปเงิน  รวมทั้งของมีค่าที่เจ้าเมืองและประชาชนมีศรัทธาบริจาค นอกจากนั้น  ภายในวัดธาตุเรณูยังเป็นที่ประดิษฐานของ พระองค์แสน ซึ่งเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองที่ประชาชนเคารพนับถือมาก  พระสงฆ์และชาวบ้านร่วมกันหล่อพระองค์แสนขึ้นเพื่อจะให้เป็นพระพุทธรูปที่ศักดิ์สิทธิ์  ขจัดภัยพิบัติข้าศึกศัตรูหมู่อมิตร  เป็นนิมิตรหมายถึงความอุดมสมบูรณ์พูนสุขแก่ประชาชนที่เคารพนับถือ  ให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล  ให้ได้ทำไร่ทำนากันทั่วไป  และเมื่อถึงวันสงกรานต์ของทุก ๆ ปี จะมีพิธีอัญเชิญพระองค์แสนแห่ไปรอบเมือง  เพื่อให้ประชาชนได้สักการบูชาและสรงน้ำอีกด้วย

     พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ กล่าวอีกว่า ในส่วนของพระธาตุท่าอุเทน นั้นเป็นพระพุทธสารีริกธาตุเจดีย์ ประดิษฐานอยู่ริมแม่น้ำโขง ถนนศรีเมือง เขตเทศบาลตำบลท่าอุเทน จ.นครพนม เป็นพระธาตุประจำวันศุกร์  ก่อด้วยอิฐถือปูนเป็นรูปสี่เหลี่ยม เป็นศิลปกรรมและปูชนียวัตถุองค์หนึ่งที่จำลองแบบมาจากองค์พระธาตุพนมในยุดต้น แต่มีสัดส่วนเล็กกว่า ภายในเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งพระอาจารย์สีทัตถ์ ญาณสัมปันโณ  อัญเชิญมาจากย่างกุ้ง ประเทศพม่า สมัยท่านถือธุดงค์กรรมฐานจาริกไปในสถานที่ต่างๆ มีการบอกเล่าจากผู้เฒ่าผู้แก่ว่าหลวงปู่สีทัตถ์ สร้างพระธาตุท่าอุเทน โดยขุดหลุมแล้วใส่หินแก้วนางเรียง หรืออีกชื่อหนึ่งว่าหินแก้วนางฝาน เสมือนเสาเข็มเป็นฐานรองรับองค์พระธาตุเท่านั้น ปัจจุบันแม้พระธาตุท่าอุเทนจะผ่านร้อนผ่านหนาว มีอายุยาวนานกว่า 100 ปี ฐานยังไม่ทรุดแต่ประการใด จึงนับว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์มิใช่น้อย เพราะการนำเอาหินแก้วนางฝานหรือหินแก้วนางเรียง อันเป็นธาตุกายสิทธิ์ ซึ่งเชื่อกันว่าเมื่อแรกเห็นตัวหินจะอ่อนนุ่มจนสามารถตัดให้ขาด จึงเรียกกันว่า แก้วนางฝาน เล่ากันว่าอานุภาพของแก้วนางฝานมีอำนาจทางชุ่มเย็นและเป็นสิริมงคลล้างอาถรรพณ์ทั้งหลายทั้งปวงได้

สำหรับประวัติพระอาจารย์สีทัตถ์ผู้สร้างพระธาตุท่าอุเทน  เกิดเมื่อวันขึ้น 9 ค่ำ เดือน 6 ปีระกา พ.ศ.2404 เป็นชาวท่าอุเทนโดยกำเนิด สกุลเดิม สุวรรณมาโจ อายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ เดินทางไปอุปสมบทที่วัดพระอินทร์แปลง เมืองศรีโคตรบอง สปป.ลาว ละสังขารในวันศุกร์ แรม 10 ค่ำ เดือน 4 ปีมะเส็ง พ.ศ.2484 รวมสิริอายุ 80 ปี 54 พรรษา พระอาจารย์สีทัตถ์เป็นพระที่มีบุญญาบารมีสูงยิ่ง สามารถก่อสร้างพระธาตุต่างๆสำเร็จมาแล้วถึง 3 แห่ง คือ พระธาตุท่าอุเทน พระธาตุพระพุทธบาทบัวบก อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี และมณฑปโพนสัน วัดพระบาทโพนสัน เมืองพระบาท แขวงบอลิคำไซ สปป.ลาว มีลูกศิษย์ซึ่งภายหลังโด่งดังเป็นเกจิอาจารย์ชื่อดังระดับประเทศคือ หลวงปู่จันทร์ เขมิโย อดีตเจ้าอาวาสวัดศรีเทพ เขตเทศบาลเมืองนครพนม  หลวงปู่สนธ์ สุรชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดท่าดอกแก้วเหนือ ต.ท่าจำปา อ.ท่าอุเทน  หลวงปู่สนธ์ เขมิโย อดีตเจ้าอาวาสวัดอรัญญานาโพธิ์ ต.โพนสว่าง อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม  และหลวงปู่สุภา กันตสีโล อดีตเจ้าอาวาสวัดสีลสุภาราม จ.ภูเก็ต

พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ กล่าวต่ออีกว่า หลังจากเสร็จสวดมนต์ถวายพระธาตุเรณู และพระธาตุท่าอุเทน ก็จะไปต่อในวันที่ 14 มีนาคม 2562 เวลา 06.00 น. พระธาตุนคร อ.เมือง จ.นครพนม  เวลา 17.00 น. พระธาตุศรีคุณ  อ.นาแก  จ.นครพนม วันที่ 15 มีนาคม 2562 เวลา 06.00 น. พระธาตุขามแก่น อ.น้ำพอง  จ.ขอนแก่น  เวลา 17.00 น. พระธาตุแก่นนคร  อ.เมือง จ.ขอนแก่น

สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร.085-4156464, 061-7826462, 061-7826264  www.watpailom.org

วีรพล จ้อยทองมูล รายงาน