“กิเลส” จะกลายเป็นหินลับสติปัญญาให้คมกล้ายิ่งขึ้นเรื่อย ๆ

0
746

“กิเลส” จะกลายเป็นหินลับสติปัญญาให้คมกล้ายิ่งขึ้นเรื่อย ๆ

โดย…พระอาจารย์วิทยา กิจฺจวิชฺโช วัดป่าดอยแสงธรรม

วันนี้ ๙ มีนาคม ๒๕๖๑ ตรงกับวันพระ แรม ๘ ค่ำ เดือน ๔ หลังฉันเช้าแล้ว ได้ไปกราบองค์หลวงปู่ลี ที่ผาแดง แล้วไปที่วัดโพธิสมภรณ์ กราบเคารพศพของพระเทพมงคลนายก (สิงห์ อินฺทปญฺโญ) ต่อไปวัดป่าวิเวกธรรม ขอนแก่น กราบเคารพศพของหลวงปู่บุญเพ็ง กปฺปโก ต่อไปวัดถ้ำผาปู่ จังหวัดเลย กราบเคารพศพ หลวงปู่เผย วิริโย มาทันทำวัตรสวดมนต์เย็นพอดี ก็มีญาติโยมมาเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลศพมากพอสมควร คืนนี้พักที่วัดถ้ำผาปู่ จ.เลย

บางทีการเดินทางไปในที่ต่าง ๆ ที่เราไม่เคยไป มันก็ทำให้ได้พบเห็นสิ่งแปลกใหม่ที่เราไม่คุ้นเคย บางอย่างมันก็ช่วยทำให้เกิดสติปัญญาเกิดข้อคิดอะไร ๆ ขึ้นมาได้ดีเหมือนกัน

แต่นั่นหมายถึงว่า เราต้องผ่านการฝึกสติปัญญามาแล้วพอสมควร จนมีกำลังมากพอที่จะพิจารณาสิ่งต่าง ๆ ให้เป็นอรรถเป็นธรรมได้ มิฉะนั้น ก็อาจถูกกิเลสชักจูงให้หลงเพลิดเพลินไปกับสิ่งที่พบเห็น จนกลายเป็นเตลิดเปิดเปิงไปได้

การที่พระพุทธเจ้าตรัสสอนธุดงควัตรให้อยู่ในป่าในเขาจึงไม่ใช่ของเล่น ๆ ถ้าใครมองไม่เห็นคุณค่าของธุดงควัตรข้อนี้ คนนั้นคงหาความเจริญในธรรมได้ยาก เพราะจะอย่างไร ป่าเขาก็ไม่เป็นอันตรายเหมือนอยู่ในเมือง อันนี้ย่อมเป็นความจริงแท้แน่นอน

สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับนักภาวนาคือ สติปัญญาที่จะต้องมีประจำจิต อันนี้เปรียบเหมือนเกราะป้องกันภัยชั้นเยี่ยม มันช่วยทำให้เวลาที่ได้สัมผัสรับทราบเรื่องราวต่าง ๆ ที่ผ่านเข้ามาทาง ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ถ้ามีสติปัญญากำกับอยู่ ความคิดที่เป็นกิเลสมันจะเกิดขึ้นไม่ได้ หรือถ้าหากจะเกิดขึ้นได้ ก็จะถูกสติปัญญาตีโต้ทำลายไปอย่างรวดเร็ว

ถ้ามีสติปัญญาแก่กล้า กิเลสจะกลายเป็นหินลับสติปัญญาให้คมกล้ายิ่งขึ้นเรื่อย ๆ ถ้าเป็นเช่นนี้ จะอยู่ที่ไหนก็อยู่เถอะ ไม่มีปัญหา

แต่ถ้าไม่ใช่เช่นนี้ ก็จงหลบซ่อนตัวซุ่มฝึกซ้อมสติปัญญาอยู่ในป่าในเขานั่นแหละจะเป็นการดี มิฉะนั้นแล้ว ก็เท่ากับรนหาที่ตายดี ๆ นี่เอง อย่างน้อยคือตายจากอรรถจากธรรม มากกว่านั้นก็อาจละสิกขาลาเพศไป

ที่ว่าการปฏิบัติธรรมมันยาก ก็เพราะว่า กำลังของสติปัญญามันยังสู้กับกำลังของกิเลสไม่ได้นั่นเอง นักภาวนาจึงต้องรู้จักประมาณกำลังสติปัญญาของตัวเองว่า มีอยู่ระดับใด จะสามารถต่อกรกับกิเลสได้แค่ไหน

ถ้ารู้ตัวว่า กำลังสติปัญญายังไม่เพียงพอ ยังสู้กับกิเลสไม่ได้ ก็อย่าเพิ่งหาญกล้าไปปะทะกับมัน บรรดาสิ่งยั่วยวนทางภายนอกทั้งหลาย หลบซุ่มฝึกซ้อมสติปัญญาอยู่ตามลำพังเงียบ ๆ ในป่าในเขาไปก่อน มิฉะนั้น อาจเกิดโศกนาฏกรรมที่ไม่คาดฝัน อาจเป็นเหตุให้ถึงตายได้ตลอดเวลา

ดังนั้น ฆราวาสญาติโยมทั้งหลาย จงอย่าได้สงสัยเลยว่า ทำไมการฝึกหัดภาวนามันไม่ค่อยจะก้าวหน้าไปถึงไหน ก็เพราะสิ่งเย้ายวนใจที่สัมผัสรับทราบอยู่ทุกวี่ทุกวัน มันเป็นอุปสรรคเครื่องกีดกั้นชั้นเยี่ยม ที่ทำให้สติปัญญาเกิดขึ้นไม่ได้นั่นเอง