“กองปราบฯ” เข้าวัดรัตนวราราม จ.ตราด ติดตามเส้นทางการเงินคนสนิทสมเด็จพระวันรัต ไม่พบปัญหา

0
108

วันนี้ (วันที่ 6 เม.ย.)  ที่วัดรัตนวราราม อ.บ่อไร่ จ.ตราด พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รองผู้บังคับการกองปราบปราม  นำกำลังเข้าตรวจสอบกรณีปรากฏข่าวการยักยอกเงินสมเด็จพระวันรัต (จุนท์ พฺรหฺมคุตฺโต) โดยสอบปากคำนายสุรศักดิ์ อิงประสาน เจ้าของบริษัท เพชรสยามศิลาตราด จำกัด และนายพิชานนท์ อิงประสาน ลูกชาย พร้อมพระครูกิตติวัฒนคุณ เจ้าอาวาสวัดรัตนวราราม เพื่อติดตามเส้นทางการเงินที่คนสนิทสมเด็จพระวันรัตที่ทำงานยักยอกเงินกว่า 200 ล้านบาท

โดยการสอบปากคำครั้งนี้ รองผบก.ป.ได้สอบถามในเรื่องเงินที่ทางบริษัทเพชรสยามศิลาตราด จำกัดได้รับการโอนเงินผ่านเข้ามาในบัญชีบริษัทว่ามีรายละเอียดอย่างไร และมีการเบิกจ่ายไปทำอะไร และให้ใคร? รวมทั้งมีธุรกรรมการเงินอย่างไรบ้าง ซึ่งนายสุรศักดิ์ อิงประสาน และพระครูกิตติวัฒนคุณได้อธิบายถึงการเบิกจ่ายและนำเอกสารการเบิกจ่ายที่มีกว่า 50-60 หน้า มาแสดงให้พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ ทราบซึ่งได้มีการสอบถามในรายละเอียดเพื่อให้ทุกคนได้อธิบายในประเด็นที่ตั้งข้อสงสัย

ภายหลังสอบปากคำ พ.ต.อ.เอนก กล่าวว่า ที่ต้องเดินทางมาสอบปากคำทั้ง 3 คนเนื่องจากมีเส้นทางการเงินของสมเด็จวันรัตที่มีการโอนเงินมาจากธนาคารกสิกรสาขาบางลำพูแล้วส่งมาที่บัญชีโรงโม่เพชรสยามศิลาตราด เป็นเงินจำนวนมาก ในการมาก่อสร้างวัดรัตนวรารามในอำเภอบ่อไร่ มีมูลค่าเกือบ 200 ล้านบาท ตลอดระยะเวลาก่อสร้างจึงต้องเดินทางตรวจสอบว่ายอดเงินการโอนและการใช้จ่ายตรวจกันหรือไม่ ซึ่งพบว่า มีความโปร่งใสและยอดการโอนตรงกัน ส่วนที่ต้องมีการโอนเงินมายังบัญชีของบริษัท เพชรสยามศิลาตราด จำกัดนั้น เพราะว่า เจ้าของโรงโม่งเป็นผู้บริจาคที่ดินให้สมเด็จฯเพื่อก่อสร้างวัดกว่า 60 ไร่ จึงดำเนินการโอนเงินมาให้ แต่การเบิกจ่ายจะมีเจ้าอาวาสวัดและคนของสมเด็จฯดูแลและเบิกจ่ายเอง โดยการโอนในแต่ละครั้งนั้นจะมีจำนวนไม่เท่ากันตลอดระยะเวลา 5 -6 ปี นับร้อยครั้ง ซึ่งจากการจรวจสอบทั้งต้นทางและปลายทางไม่มีปัญหา เพราะมียอดตรงกัน ส่วนการที่คนสนิทสมเด็จวันรัตจะมายักยอกเงินนั้นจะมาจากกองไหนนั้นไม่ข้อตอบแต่จะอยู่ในสำนวน

“ที่ต้องโอนเงินก่อสร้างวัดมาที่บัญชีของโรงโม่เพราะว่า เจ้าของโรงโม่ได้บริจาคที่ดินให้กว่า 60 ไร่ และช่วงแรกยังไม่เป็นวัดจึงไม่มีการตั้งบัญชีเพราะยังไม่เป็นวัด พอมีสถานภาพเป็นวัดแล้วจึงมีผู้รับผิดชอบ ในการทำธุรกรรม ส่วนการโอนมีจำนวนครั้งมาก และมีรายละเอียดมาก แต่ส่วนใหญ่จะดูการยักยอกที่ต้นทางมากกว่า ซึ่งในปลายทางที่มีเจ้าอาวาสวัดและเจ้าของโรงโม่นั้นมีความชัดเจน เรียกว่า มีความโปร่งใสก็แล้วกัน ซึ่งไม่มีข้อพิรุธว่ามีการทุจริตแต่อย่างใด” พ.ต.อ.เอนก กล่าว

พ.ต.อ.เอนก กล่าวอีกว่า ในส่วนของการยักยอกที่จะไปเอาเงินจากกองอื่นนั้นทางตำรวจก็ได้มีการตรวจสอบแล้ว และมีการดำเนินคดีไปแล้ว 2 คดี อีกทั้งสมเด็จวันรัตได้ตั้งเงินก่อสร้างแยกไว้เป็นกองๆ และมีการเบิกจ่ายเป็นระบบไม่มีการเบิกข้ามกัน จะสร้างโรงเรียน จะสร้างวัดก็ทำไปตามงบประมาณนั้น และได้ทำการเบิกจ่ายไปตามวัตถุประสงค์

ขณะที่ นายพิชานนท์ อิงประสาน ลูกชายของนายสุรศักดิ์ อิงประสาน กล่าวว่า หลังจากได้แสดงบัญชีทั้งหมดตั้งแต่การเบิกจากมาทำการก่อสร้างวัดก็เบิกจ่ายไปตามที่ได้รับมาจากทางสมเด็จ ฯจึงมีจำนวนกว่า 140 ล้านบาท และเหลือเงินมาอีก 14 ล้านบาท และยอดสุดท้ายโอนเงินมา 19 ล้านบาท เป็นบัญชีของวัดรัตนวรารามใช้ไปส่วนหนึ่งแล้ว ทั้งนี้ที่ผ่านมากระแสสังคมได้มองว่าเมื่อมีข่าวยักยอกเงินทำให้มุ่งมาที่บริษัทฯ แต่วันนี้ได้เกิดความเข้าใจในการเบิกจ่ายแล้ว ซึ่งไม่ได้รู้สึกกังวลกับเรื่องกฎหมาย แต่กังวลกับกระแสสังคมมากกว่า แต่วันนี้ก็ได้รับทราบอย่างชัดเจนแล้ว และต่อไปการก่อสร้างที่เหลือก็จะได้ดำเนินต่อไปจนแล้วเสร็จตามวัตถุประสงค์ของท่าน

มีรายงานว่า พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ จะเดินทางไปที่วัดคิรีวิหาร และโรงเรียนวัดคิรีวิหาร(สมเด็จวันรัตอุปถัมป์) เพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินของสมเด็จวันรัตที่มาดำเนินการก่อสร้างวัดและโรงเรียนด้วยเนื่องจากมีมูลค่าเงินที่โอนมาดำเนินการมากกว่า 90 ล้านบาท

*****************************************************************