กองปราบฯจับกุม “จ่าหมี” ผบ.หมู่ สภ.ป่าพยอม เผยแพร่ภาพล่วงละเมิดเด็กชายทางอินเตอร์เน็ต

0
738

วันที่​ 6 พ.ย. 2561 ที่กองปราบปราม​ พันตำรวจ​เอก​ จิรภพ ภูริเดช รักษาราชการแทนผู้บังคับการ​กองปราบปราม (รรท.ผบก.ป.)​ สั่งการให้ พันตำรวจ​เอก​ สมพงษ์ สุวรรณวงศ์ ผู้กำกับการ​ 6​ กองปราบปราม (ผกก.6 บก.ป.), พันตำรวจ​โท​ พัฒนพงศ์ ศรีพิณเพราะ รองผูกำกับการ​ 2​ ​​กองปราบปราม​ (รอง ผกก.2 บก.ป.), พ.ต.ท.กริช วรทัต สารวัตร​กองกำกับการ​ 6​ กองปราบปราม (สว.กก.6 บก.ป.), พันตำรวจ​โท​ ปิยะพล แป้นแก้ว สารวัตร​กองกำกับการ​ 6​ กองปราบปราม​ (สว.กก.6 บก.ป.), ฝ่ายปราบปราม กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI), กรมการปกครอง, สถาบันนิติวิทยาศาศตร์, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์​ และเจ้าหน้าที่ผู้ประสานงานจากตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลีย AFP  ร่วมจับกุม ด.ต.ประภาศ เม่าทอง อายุ​ 50​ ปี ผบ.หมู่ สภ.ป่าพยอม จ.พัทลุง ตามหมายจับศาลอาญา ในความผิดฐานกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี กระทำอนาจารแก่เด็กอายุไม่เกิน 13 ปี ได้ที่บ้านพักแห่งหนึ่งในภาคใต้

ทั้งนี้เมื่อเดือนมกราคม 2561 กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้รับแจ้งจากตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลียว่าพบภาพการล่วงละเมิดทางเพศเด็กชายจำนวนหนึ่งทางอินเตอร์เน็ต โดยสถานที่เกิดเหตุอยู่ในประเทศไทย โดยรูปภาพดังกล่าวถูกตรวจพบในประเทศออสเตรเลีย ด้วยระบบเทคโนโลยีขั้นสูงซึ่งตรวจจับการกระทำความผิดครอบครองและเผยแพร่สื่อลามกอนาจารเด็กโดยเฉพาะของสำนักงานองค์การตำรวจสากล ซึ่งผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมก่อนหน้านี้ให้การว่า ได้รับภาพดังกล่าวมาจากบุคคลที่ใช้นามแฝงว่า Jaa Mee “จ่าหมี” ซึ่งรู้แต่เพียงว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ทางภาคใต้ของประเทศไทย

 

ต่อมา กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้ประสานข้อมูลกับกองปราบปราม เพื่อดำเนินการสืบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดจากพยานหลักฐานเพียงรูปภาพหนึ่งใบ พร้อมลงพื้นที่หาข่าวอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 6 เดือน จนกระทั่งทีมสืบสวนทราบว่า บุคคลดังกล่าวคือ ด.ต.ประภาศ  โดยบ้านพักของผู้ต้องหามีลักษณะคล้ายกับที่เกิดเหตุตามภาพถ่าย จึงเข้าจับกุมผู้ต้องหา และให้การช่วยเหลือเหยื่อเด็กชาย 1 คน จากการตรวจสอบสามารถยึดของกลางได้หลายรายการประกอบด้วยหมวกซึ่งเป็นใบเดียวกับที่อยู่ในภาพถ่าย, โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่องมีภาพและคลิปวีดีโอที่ล่วงละเมิดทางเพศเด็กหลายคลิป  ขาตั้งกล้อง และคอมพิวเตอร์พีซี 1 เครื่อง

สอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้เผยแพร่คลิปลามกอนาจารเด็กชายจริง โดยการกระทำดังกล่าวเป็นรสนิยมทางเพศ อย่างไรก็ตามทางกองปราบปรามกำลังอยู่ในระหว่างการขยายผลดำเนินการจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องคนอื่นๆ มาดำเนินคดีต่อไป

พันตำรวจ​เอก​ จิรภพ กล่าวว่า ขอฝากไปยังพี่น้องประชาชนทุกท่านว่า การครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็ก และการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งมีลักษณะลามกอนาจารเด็ก โดยการครอบครองนั้น มีโทษจําคุกไม่เกิน 5 ปีหรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ แต่ถ้ามีการส่งต่อสื่อลามกอนาจารเด็ก ไม่ว่าจะเป็นภาพโป๊หรือคลิปโป๊เด็ก ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกิน 7 ปีหรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ แต่หากกระทำไปเพื่อการค้า ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่ 3-10 ปีและปรับตั้งแต่ 60,000-2000,000 บาท ซึ่งเรื่องนี้ประชาชนต้องช่วยกันดูแลสอดส่องเพราะ ปัญหาความผิดเกี่ยวกับสื่อลามกอนาจารเด็กมีผลโดยตรงต่อสถานการณ์การค้ามนุษย์ในประเทศไทย

 

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยมพึ่ง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​