กองปราบลุยล้างบาง นิมนต์พระเถระชั้นผู้ใหญ่วัดดัง เอี่ยวคดีเงินทอนวัด พร้อมนิมนต์หลวงปู่พุทธอิสระดำเนินคดีสนับสนุนปล้นทรัพย์

0
1209

ผู้สื่อข่าวประจำกองปราบปราม รายงาน เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 24 พ.ค. พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) สั่งการให้ พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง รองผบช.ก. พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ป.นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัด บก.ป.และ บก.ปอท. บุกเข้าตรวจค้น 3 วัดดังในกรุงเทพฯ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีเงินทอนวัด  ประกอบด้วย วัดสระเกศราชวรวิหาร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย วัดสัมพันธวงศารามวรวิหาร เขตสัมพันธวงศ์ และวัดสามพระยาวรวิหาร  พร้อมกันนี้ยังได้แบ่งกำลังอีก 2 ชุด เข้าตรวจค้นที่วัดในพื้นที่ต่างจังหวัดอีก 2 แห่ง ประกอบด้วย วัดอ้อน้อย จ.นครปฐม จากกรณีที่พระพุทธอิสระ หรือ พระสุวิทย์ ธมฺมธีโร วัดอ้อน้อย เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดเมื่อครั้งมีการชุมนุมของกปปส.เมื่อปี 2556 และจุดสุดท้ายเข้าทำการตรวจค้นที่วัดตราชู และวัดกุฏีทอง  อ.พรมบุรี จ.สิงห์บุรี  กรณีที่มีชาวบ้านร้องเรียนว่าพระพุทธรูปเก่าแก่ของวัดดังกล่าวหายไป

โดยกำลังชุดแรกนำโดย พล.ต.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ป. พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1.บก.ป. นำหมายจับศาลอาญา เข้าตรวจค้นที่วัดสระเกศ เพื่อจับกุมพระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขญาโณ) เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร กรรมการมหาเถรสมาคม ( มส.) และเจ้าคณะภาค 10 แต่จากการตรวจค้นไม่พบตัวพระพรหมสิทธิ อยู่ภายในวัด พบเพียงพระศรีคุณาภรณ์  และ พระครูสิริวิหารการ (สมจิตร จันทร์ศรี) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาร่วมกันกระทำความผิดคดีทุจริตเงินงบประมาณเผยแผ่พระพุทธศาสนาที่ทางสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) ได้มอบให้เพื่อใช้จัดทำโครงการศูนย์กลางเผยแผ่พระพุทธศาสนา ในข้อหาร่วมกันฟอกเงิน และนายทวิช สังข์อยู่ อายุ 42 ปี เจ้าหน้าที่ของวัดและเป็น 1 ในผู้ที่มีอำนาจเซ็นชื่อเบิกจ่ายเงินในบัญชีของวัด นอกจากนี้ยังได้ขยายผลติดตามจับกุม น.ส.นุชรา สิทธินอก หญิงแม่บ้านที่รับเงินโอนจากวัด น.ส.ฑัมพร นิพนธ์พิทยา นายกเทศมนตรีตำบลนครชัยศรี มารดาของ ร.ท.ฐิติทัศน์ นิพนธ์พิทยา เจ้าหน้าที่ทหารในสังกัดศูนย์รักษาความปลอดภัย กองบัญชาการกองทัพไทย  นายธีระพงษ์ พันธ์ศรี ลูกศิษย์วัด ซึ่งทั้งหมดเกี่ยวข้องกับบริษัท ดีดีทวีคูณ  ที่รับจ้างผลิตสื่อให้กับวัดสระเกศ

รายงานข่าวแจ้งว่า  สำหรับพระพรหมสิทธิ (ธงชัย) ขณะเข้าตรวจค้นไม่พบตัวภายในวัด ทราบจากลูกศิษย์วัดว่า พบเห็นพระพรหมสิทธิครั้งสุดท้ายคือเมื่อช่วงเวลา 16.00 น.ของวันที่ 23 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยบอกกับลูกศิษย์ว่าจะออกไปตรวจงานก่อสร้างภายในวัด ก่อนที่จะเดินหายไปไม่กลับมา แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า เจ้าหน้าที่พบประตูเล็กๆ ข้างวัด มีลักษณะคล้ายประตูลับ ซึ่งจะออกไปสู่ถนนบำรุงเมืองได้  ซึ่งก่อนหน้านี้เคยให้ชุดสืบสวนศึกษาทางเข้า -ออก จากภายนอกแล้ว ก็ไม่พบประตูลับดังกล่าวแต่อย่างใด นอกจากนี้จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดภายในวัดพบว่า กล้องสามารถจับภาพของพระพรหมสิทธิธงชัย ขณะนั่งรถกอล์ฟอยู่ภายในวัดเมื่อวานที่ผ่านมา ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นช่วงที่เจ้าตัวกำลังเตรียมจะหลบหนีออกนอกวัด

สำหรับพระวัดสระเกศที่ถูกออกหมายจับเพื่อดำเนินคดี มีทั้งหมด 4 รูป คือ พระพรหมสิทธิ (ธงชัย ) เจ้าอาวาสฯ และเจ้าคณะภาค 10 พระศรีคุณาภรณ์ หรือ พระมหาบุญทวี คำมา ผู้ช่วยเจ้าอาวาส พระครูสิริวิหารการ (สมจิตร จันทร์ศรี) ผู้ช่วยเจ้าอาวาส พระวิจิตรธรรมาภรณ์ หรือเจ้าคุณเทอด ผู้ช่วยเจ้าอาวาส  และฆาราวาสอีก 4 ราย น.ส.นุชรา สิทธินอก หญิงแม่บ้านที่รับเงินโอนจากวัด น.ส.ฆัมม์พร นิพนธ์พิทยา มารดาของ ร.ท.ฐิติทัศน์ , นายธีระพงษ์ พันธ์ศรี และนายทวิช สังข์อยู่  ลูกศิษย์วัดและผู้มีอำนาจเซ็นชื่อเบิกจ่ายเงินในบัญชีของวัด ซึ่งทั้งหมดเกี่ยวข้องกับบริษัท ดีดีทวีคูณ  ที่รับจ้างผลิตสื่อให้กับวัดสระเกศ

โดยที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่มีการเข้าตรวจค้นบ้านพักของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตดังกล่าว ซึ่งก็พบมีหลักฐานบางส่วนที่เชื่อมโยงกับการทุจริตใน 2 โครงการ จำนวนเงิน 69 ล้านบาท  โดยพบเส้นทางการเงินที่โอนเงินไปให้กับบุคคลภายนอก ทั้งนี้ยังพบบัญชีธนาคารบัญชีส่วนตัว ที่มีชื่อเจ้าอาวาสเป็นเจ้าของถึง 10 บัญชี โดยพบกระแสการเงินมากกว่า 130 ล้านบาท ซึ่งเจ้าหน้าที่ป้องกันและปรามปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. ได้อายัดเงินทั้งหมดไว้แล้ว

ด้าน พล.ต.ต.ไมตรี เปิดเผยว่า วันนี้ที่เข้าตรวจสอบไม่ได้เข้าเพียงแค่วัดสระเกศราชวรมหาวิหารที่เดียว ยังมีการเข้าตรวจค้นอีก 2 วัด คือ วัดสามพระยา วัดสัมพันธวงศ์ ซึ่งเป็นการเข้าตรวจสอบเรื่องเงินทอดวัดจากพศ. จากการตรวจสอบพบว่างบประมาณที่ได้มาทางวัดทั้ง 3 วัดไม่ได้มีการนำเงินไปใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์ที่เขาได้รับงบมาเลย โดยทั้ง 3 วัดจะได้งบประมาณมาจากหลายส่วน ซึ่งแต่ละวัดจะมีวิธีย้ายเส้นทางการเงินแตกต่างกัน แต่ส่วนใหญ่จะเป็นการโอนเงินเข้าบุคคลอื่นแทบทั้งสิ้น

พล.ต.ต.ไมตรี เปิดเผยว่า ในส่วนของวัดสระเกศฯ นั้นเกี่ยวข้องกับเงิน 32 ล้านบาท  ซึ่งเป็นเงินงบเผยแผ่ศาสนา ที่พศ. โอนเงินให้จัดทำตามโครงการ แต่จากการตรวจสอบพบว่ามีการโอนเงินจำนวน 25 ล้านบาทไปให้กับน.ส.นุชรา สิทธินอก อายุ 32 ปี อาชีพแม่บ้านและแม่ค้าขายลูกชิ้น ซึ่งเป็นผู้มีชื่อเป็นผู้เปิดบริษัทที่รับเงินจากทางวัด อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดไปสอบสวนที่กองปราบอีกครั้ง

 

ขณะเดียวกันกำลังชุดที่ 2 นำโดย พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง รองผบช.ก. พ.ต.อ.สันติ ชัยนิรามัย รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผกก.2 ป.นำกำลัง พร้อมหมายจับศาลอาญา เข้าตรวจตรวจค้นที่วัดสามพระยา เพื่อจับกุมพระพรหมดิลก (เอื้อน หาสธมฺโม) เจ้าอาวาสวัดสามพระยา กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) และเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร และพระอรรถกิจโสภณ เลขาเจ้าคณะกรุงเทพ ในข้อหา ร่วมกันฟอกเงิน พร้อมตรวจค้นหาเอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับคดี เบื้องต้นพบพระพรมดิลก กำลังจำวัดอยู่ภายในกุฎิ เจ้าหน้าที่จึงแสดงหมายจับให้ดู พร้อมกับเข้าตรวจค้นหาหลักฐานเพิ่มเติมภายในกุฎิ เสร็จแล้วก็ขอเชิญตัวมาดำเนินคดีทันที

จุดที่สามคือวัดสัมพันธวงศาราม วรวิหาร  นำโดย พ.ต.อ.ศิร์ธัชเขต ครูวัฒนเศรษฐ์ รองผบก.ป.พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น ผกก.3.บก.ป. นำหมายจับศาลอาญา เข้าตรวจค้นเพื่อจับกุมพระพรหมเมธี (จำนงค์ ธมฺมจารี) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม กรรมการ มส. และเจ้าคณะภาค 4-7 (ธ) ในข้อหาร่วมกันฟอกเงิน แต่ไม่พบตัว จึงได้ตรวจค้นหาเอกสารหลักฐานต่างๆ เกี่ยวกับการฟอกเงินเพื่อดำเนินคดีต่อไป

อย่างไรก็ตามนอกเหนือจากคดีทุจริตเงินทอนวัดแล้ว ตำรวจกองปราบยังได้แบ่งกำลังอีกส่วนหนึ่งซึ่งนำโดย พล.ต.ต.อภิชาติ สิริสิทธิ์ รองผบช.ก.พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง ผกก.5.บก.ป.นำกำลังเจ้าหน้าที่กก.5.บก.ป. พ.ต.อ.เด่นหล้า รัตนกิจ ผกก.ปพ.บก.ป. และคอมมานโด พร้อมอาวุธครบมือ นำหมายจับศาลอาญา เข้าทำการตรวจค้นที่วัดอ้อน้อย อ.เมือง จ.นครปฐม เพื่อจับกุมพระสุวิทย์ ธีรธมฺโม หรือพระพุทธอิสระ ในข้อหาสนับสนุนให้มีการปล้นทรัพย์ จากกรณีเมื่อครั้งการชุมนุมของกปปส. เมื่อปี 2556 ซึ่งกลุ่มผู้ชุมนุมที่นำโดยพระสุวิทย์ เวทีแจ้งวัฒนะ กรณีกลุ่มมวลชนของกปปส. ได้ปล้นทรัพย์เป็นอาวุธปืนของตำรวจสันติบาลไป

โดยมีรายงานว่าขณะตรวจค้น เจ้าหน้าที่พบว่ากุฎิของพระสุวิทย์มีการ์ดดูแลอยู่รอบๆ ในจุดนี้เจ้าหน้าที่กองปราบฯ จึงมีการติดอาวุธทุกนาย เนื่องจากการข่าวสืบพบว่ากลุ่มการ์ดบางคนมีการครอบครองอาวุธปืนด้วย ทั้งนี้ขณะเข้าตรวจค้นเจ้าหน้าที่ได้กระจายกันควบคุมตัวการ์ดไว้และตรวจสอบหมายจับว่าบุคคลใดมีหมายจับหรือไม่เพราะการ์ดบางคนได้ร่วมชุมนุมที่เวทีแจ้งวัฒนะด้วย จากนั้นก็บุกเข้าไปในกุฏิ พบว่า พระสุวิทย์  อยู่ภายในห้องนอนไม่ได้ห่มจีวร เพียงแต่นุ่งสบงและสวมอังสะ เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงหมายจับก่อนจับกุมตัว ก่อนนำตัวเข้ามาสอบสวนดำเนินคดีที่กองปราบฯทันที

ส่วนการเข้าตรวจค้นในจุดสุดท้าย นำโดย พ.ต.อ.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบก.ป. นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบ นำหมายศาลเข้าทำการตรวจค้นที่วัดตราชู และวัดกุฏีทอง  อ.พรมบุรี จ.สิงห์บุรี  เพื่อติดตามจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องกับกรณีที่พระพุทธรูปเก่าแก่ของวัดดังกล่าวได้หายไป

ต่อมาเวลา 11.00 น. พล.ต.ท.ฐิติราช ก็ได้เดินทางเข้ามาที่กองปราบปราม เพื่อทำการสอบปากคำผู้ที่ถูกจับกุมในครั้งนี้ด้วยตนเอง  พร้อมเปิดเผยก่อนเข้าประชุม ว่าปฏิบัติการตรวจค้นวัดเป้าหมาย ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเงินทอนวัด  อยากขอเวลาให้พนักงานสอบสวนทำงานก่อน เพราะตอนนี้ยังเข้าปฏิบัติการค้นไม่ครบตามเป้าหมาย ซึ่งตนยืนยันว่า คดีนี้ทำไปตามหลักฐานที่พบทุกอย่าง ใครผิดก็ว่าไปตามผิด ก็ขอให้ลูกศิษย์วัดเข้าใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย  โดยขอให้แยกแยะระหว่างศาสนากับตัวบุคคลด้วย

ต่อมาเวลา 13.30 น. ที่ กองปราบปราม พ.ต.ต.เจตนิพัทธ์ ศิริวัฒน์ สว.กก.1บก.ป. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัว พระวิจิตรธรรมาภรณ์ หรือเจ้าคุณเทอด ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ มาสอบปากคำที่กองที่กองปราบ หลังได้ไปอายัดตัวจากรพ.สมิติเวช สุขุมวิท 39 เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา