กองปราบคุมตัว 8 ผู้ต้องหาคดีเงินทอนโยงพระเถระ 10 วัด ขออำนาจศาลอาญาคดีทุจริตฯ ฝากขัง คัดค้านการประกันตัว-จ่อจับพระเพิ่มอีก 2 รูป

0
822

สำนักข่าว thairnews – เมื่อวานนี้ ( 1 สิงหาคม ) ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก.สั่งการให้ พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ป.นำกำลังพร้อมหมายศาลเข้าตรวจค้นจับกุมผู้ต้องหาเพิ่มเติมในคดีที่ตำรวจกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ได้สอบสวนดำเนินคดีทุจริตงบประมาณของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) หรือคดีเงินทอนวัด โดยมีการจับกุมอดีตพระชั้นผู้ใหญ่ และบุคคลที่เกี่ยวข้องไปแล้วก่อนหน้านี้ และยังมีบางรายที่ยังอยู่ระหว่างหลบหนี ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้รวบรวมหลักฐานต่างๆ เพื่อขยายผลทางคดี กระทั่งสามารถขออำนาจศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ออกหมายจับผู้ต้องหา 10 ราย ในความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157

สำหรับผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับ 10 ราย เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวได้แล้ว 6 ราย ประกอบด้วย นายพนม ศรศิลป์ อดีต ผอ.พศ. เจ้าหน้าที่จับกุมตัวได้ที่บ้านเลขที่ 199/8 หมู่ 9 หมู่บ้านบางกอกบลูเลอวาร์ด ถนนพุทธมณฑลสาย 4 ต.กระทุ่มล้ม อ.สามพราน จ.นครปฐม , นายแก้ว ชิดตะขบ ผอ.พศจ.อ่างทอง จับกุมได้ภายในหมู่บ้านอ่างทองธานี ต.โพสะ อ.เมือง จ.อ่างทอง , นายพัฒนา สุอำมาตย์มนตรี อดีต พศจ.นครปฐม จับกุมที่บ้านเลขที่ 36/5 หมู่ 1 ต.บางกระทึก อ.สามพราน จ.นครปฐม , นายบุญเลิศ โสภา ผอ.พศจ.ลำปาง จับกุมได้ที่บ้านเลขที่ 2/2 ถนนแสงชูโต ต.ปากแพรก อ.เมืองกาญจนบุรี , นายชยพล พงษ์สีดา อดีตรอง ผอ.พศ. จับกุมที่บ้านเลขที่ 48/27 หมู่บ้านแสนรัก พระราม 2 ซอย 21 แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กทม.และนางพรเพ็ญ กิติธรางกูร ผอ.กลุ่มระบบพัฒนาระบบบริหาร พศ. ซึ่งผู้ต้องหาทั้ง 6 ถูกควบคุมตัวมาสอบสวนดำเนินคดีที่ บก.ป.

ส่วนผู้ต้องหาที่เหลืออีก 4 ราย คือ น.ส.ประนอม คงพิกุล อดีตรอง ผอ.พศ. , นายณรงค์เดช ชัยเนตร ผอ.พศจ.สิงห์บุรี นายวสวัสดิ์ กิตติธีระสิทธิ์ ผอ.ส่วนบรูณะพัฒนาวัด พศ. และนายเจษฎา วงศ์เฆม นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง อยู่ระหว่างการติดตามจับกุมตัว

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ต่อมาทางเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัว นายณรงค์เดช ชัยเนตร ผอ.พศจ.สิงห์บุรี ได้แล้วที่แสนสบายรีสอร์ท ต.บางมัญ อ.เมือง จ.สิงห์บุรี , นายเจษฎา วงศ์เฆม นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง จับกุมที่ จ.นครศรีธรรมราช และนายวสวัสดิ์ กิตติธีระสิทธิ์ อดีต ผอ.ส่วนบูรณะและพัฒนาวัด ได้ตัวที่บริเวณริมถนนในพื้นที่ ต.บางไทรป่า อ.บางเลน จ.นครปฐม จึงเหลือเพียง น.ส.ประนอม คงพิกุล อดีตรอง ผอ.พศ.ที่ยังคงหลบหนีคดีอยู่ โดยมีรายงานว่า น.ส.ประนอม เดินทางออกนอกประเทศไทยไปแล้ว

ด้าน พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด กล่าวถึงกรณีการจับกุมข้าราชการในสำนักงานพระพุทธศาสนา เมื่อช่วงเช้าวันเดียวกัน ว่า หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ทางตำรวจ บก.ปปป. ได้ทำสำนวนคดีให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ไต่สวนชี้มูลความผิด ซึ่งทาง บก.ปปป.ได้ส่งเรื่องกลับมาให้ตำรวจ บก.ป.ติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับศาล โดยเบื้องต้นมี 10 คน ที่เกี่ยวพันกับการทุจริตเงินทอนวัดทั้งหมด 10 แห่ง โดยทั้ง 10 วัด มีความเกี่ยวพันกับการจับกุมพระชั้นผู้ใหญ่ที่จับกุมไปก่อนหน้านี้

พล.ต.ต.ไมตรี กล่าวถึงการพิจารณาดำเนินคดีกับผู้ต้องหา ว่าส่วนใหญ่เป็นการกระทำความผิดฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และฐานให้การสนับสนุน ซึ่งการจับกุมดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าไม่เพียงจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องเฉพาะที่เป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่เป็นต้นตอของปัญหาเท่านั้น แต่เป็นการตอบคำถามสังคมด้วย ซึ่งระบุถึงก่อนหน้านี้ว่ามีการจับกุมเพียงคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ส่วนประเด็นที่มีผู้ต้องหาหลบหนีไปต่างประเทศนั้น อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง

มีรายงานข่าวว่า นอกเหนือจากผู้ต้องหาทั้ง 10 ราย ทางพนักงานสอบสวน ยังขออำนาจศาลออกหมายจับนายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ อดีต ผอ.พศ.ผู้ต้องหาราย สำคัญ ซึ่งถือเป็นตัวการใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังกรณีเงินทอนวัดทั้งหมดอีกรายด้วย โดยแนวทางการสืบสวนพบว่า ขณะนี้ นายนพรัตน์ ยังคงหลบหนีอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ทางเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนกลับมาดำเนินคดีที่ประเทศไทย

รายงานข่าวแจ้งอีกว่า ผู้ต้องหาทั้งหมดที่ถูกจับกุมตัว ภายหลังพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำแล้วนั้น ทั้งหมดยังคงให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยจะถูกคุมตัวไว้ที่ บก.ป.จากนั้นจึงจะขออำนาจศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เพื่อฝากขังในวันนี้ (2 สิงหาคม)

ต่อมาเมื่อเวลา 09.20 น.วันที่ 2 สิงหาคม ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ ผกก.(สอบสวน) กก.1 บก.ป.ได้เบิกตัวผู้ต้องหาคดีทุจริตงบประมาณของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) หรือคดีเงินทอนวัด 8 ราย ประกอบด้วย นายพนม ศรศิลป์ อดีต ผอ.พศ. , นายแก้ว ชิดตะขบ ผอ.พศจ.อ่างทอง , นายพัฒนา สุอำมาตย์มนตรี อดีต พศจ.นครปฐม , นายบุญเลิศ โสภา ผอ.พศจ. ลำปาง , นายชยพล พงษ์สีดา อดีต รอง ผอ.พศ. , นางพรเพ็ญ กิติธรางกูร ผอ.กลุ่มระบบพัฒนาระบบบริหาร พศ. , นายณรงค์เดช ชัยเนตร ผอ.พศ.จ.สิงห์บุรี และ นายวสวัสดิ์ กิตติธีระสิทธิ์ ผอ.ส่วนบรูณะพัฒนาวัด พศ.เพื่อเตรียมควบคุมตัวไปขออำนาจศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ฝากขัง

ทั้งนี้ สำหรับคดีดังกล่าวสืบเนื่องจากตำรวจ บก.ปปป.ได้สอบสวนขยายผลคดีทุจริตงบประมาณของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) หรือคดีเงินทอนวัด เป็นล๊อตที่ 3 หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้จับกุมอดีตพระชั้นผู้ใหญ่และบุคคลที่เกี่ยวข้องไปแล้วโดยมีบางรายที่ยังคงหลบหนี ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้รวบรวมหลักฐานต่างๆ กระทั่งสามารถขออำนาจศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ออกหมายจับผู้ต้องหา 11 ราย จากนั้นเมื่อวันที่ 1 สิงหาคมที่ผ่านมา กำลังตำรวจ บก.ป.พร้อมหมายศาล ได้เข้าตรวจค้นจับกุมผู้ต้องหา 8 รายดังกล่าว ก่อนจะคุมตัวมาสอบสวนดำเนินคดีที่ บก.ป.ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และฐานสนับสนุนเจ้าหน้าที่รัฐกระทำความผิด ซึ่งจากการสอบปากคำผู้ต้องหาทั้งหมดให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา

อย่างไรก็ดี คดีนี้ยังคงมีผู้ต้องหา 3 ราย ที่อยู่ระหว่างหลบหนี ได้แก่ น.ส.ประนอม คงพิกุล อดีตรอง ผอ.พศ.ที่พบข้อมูลว่าได้หลบหนีออกนอกประเทศไปแล้ว , นายเจษฎา วงศ์เฆม นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ซึ่งมีเพียงกระแสข่าวว่าหลบหนีอยู่พื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช แต่ยังไม่มีการควบคุมตัวมาดำเนินคดี และ นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ อดีต ผอ.พศ.ผู้ต้องหารายสำคัญ ซึ่งถือเป็นตัวการใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังกรณีเงินทอนวัดทั้งหมด ที่พบว่าหลบหนีอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างประสานเพื่อขอส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดน กลับมาดำเนินคดีที่ประเทศไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในระหว่างการควบคุมตัวผู้ต้องหาก่อนหน้านี้ ทางเจ้าหน้าที่ได้แยกขังผู้ต้องหาทั้ง 8 ราย เป็น 2 กลุ่มๆ ละ 4 คน โดยกลุ่มแรกควบคุมตัวที่ห้องขังของ บก.ป.ส่วนอีกกลุ่มแยกไปควบคุมตัว ที่ห้องขัง สน.พหลโยธิน เนื่องจากห้องขังมีพื้นที่จำกัด

ด้าน นายณพล ใบเงิน อายุ 45 ปี ทนายความของผู้ต้องหา เปิดเผยว่า คดีนี้ลูกความตนยืนยันความบริสุทธิ์โดยปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาและพร้อมต่อสู้คดีในชั้นศาล ส่วนการยื่นคำร้องขอประกันตัวผู้ต้องหาทั้งหมดนั้น ในวันเดียวกันนี้ ญาติของผู้ต้องหาทั้งหมด ได้เตรียมหลักทรัพย์และเงินสด เพื่อใช้เป็นหลักประกันต่อศาลไว้แล้ว จึงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล ว่าจะอนุญาตให้ประกันตัวผู้ต้องหาหรือไม่

นายณพล กล่าวถึงผู้ต้องหาอีกราย คือ น.ส.ประนอม คงพิกุล อดีตรอง ผอ.พศ. ซึ่งยังไม่ถูกควบคุมตัวว่ายังสามารถติดต่อทนายความของ น.ส.ประนอม ได้อยู่ แต่ยังไม่ได้พูดคุยกับ น.ส.ประนอม โดยตรง อย่างไรก็ดี สำหรับคดีเงินทอนวัด นั้น ตนอยากตั้งข้อสังเกตทางคดี ว่าเหตุใด พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผอ.พศ.จึงเลือกแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าอาวาสวัดเพียงบางแห่งเท่านั้น ทั้งที่ในเอกสารของบประมาณสนับสนุนโรงเรียนพระปริยัติธรรม มีวัดที่ยื่นของบประมาณและได้รับการอนุมัติ 8 วัด ในเอกสารชุดเดียวกัน ขณะนี้ทีมทนายความอยู่ระหว่างรวบรวมเอกสารเพื่อที่จะพิจารณาว่าจะดำเนินการกับ ผอ.พศ.รายนี้ ในฐานเป็นเจ้าพนักงานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่ ส่วนแนวทางการต่อสู้คดีในชั้นศาลนั้นทางทีมทนายจะนิมนต์เจ้าอาวาสทั้ง 8 แห่ง ที่ได้รับงบประมาณอุดหนุนมาเป็นพยานในชั้นศาล โดยเจ้าอาวาสทั้ง 8 วัด เป็นพระชั้นผู้ใหญ่ทั้งหมด

ต่อมาเวลา 10.45 น.วันเดียวกัน พ.ต.อ.เอนก พร้อมด้วยพนักงานสอบสวน บก.ป.ได้คุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 8 ราย ขึ้นรถตู้ บก.ป.เพื่อไปขออำนาจศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ฝากขัง โดยท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนได้ขอคัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหา ซึ่งมีรถวิทยุสายตรวจ กก.ปพ.บก.ป.นำขบวน และกำลังตำรวจคอมมานโดพร้อมอาวุธครบมือ คอยดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดตลอดเส้นทาง

ด้านพล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ป. เปิดเผยเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวว่า นอกจากข้าราชการที่กระทำความผิดชัดเจนจนนำมาสู่การออกหมายจับแล้ว ในล๊อตนี้พนักงานสอบสวนยังเตรียมออกหมายจับพระสงฆ์ที่ร่วมสนับสนุนการกระทำความผิดเพิ่มเติมอีก 1-2 รูป แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลได้ เนื่องจากอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานให้ชัดเจนก่อน ส่วนการสืบสวนสอบสวนคดีทุจริตเงินทอนวัดล๊อตที่ 3 นี้ ล่าสุดในส่วนของวัดหลักนั้น ทางพนักงานสอบสวนได้ดำเนินการสอบปากคำครบถ้วนแล้วคาดว่าจะดำเนินการเสร็จสิ้นในเร็ววันนี้ ขณะที่การทุจริตเงินทอนวัดในล๊อตที่ 4 ผู้บังคับการปราบปราม ระบุว่า ยังไม่ได้รับการร้องทุกข์จากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.)ให้ดำเนินการเอาผิดกับผู้ที่เกี่ยวข้องแต่อย่างใด