“กลุ่มแปดริ้ว” ยื่นให้มส.สอบเจ้าคณะใหญ่หนฯ ฐานละเมิดจริยาเสนอตั้งจจ.ฉะเชิงเทรา อ้างขาดคุณสมบัติชัดเจน ศรัทธาทรุด-คณะสงฆ์เสียหาย

0
1273

 

จากกรณีที่มีการแถลงข่าวภายหลังการประชุมมหาเถรสมาคม(มส.) เมื่อวันที่ 31 ก.ค.60 ว่า ที่ประชุมมส.มีมติรับรองมติที่มีการเสนอชื่อพระราชปริยัติสุนทร (อมรภิรักษ์ ปสน์โน) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธรวราราม และเจ้าคณะอำเภอเมือง จ.ฉะเชิงเทรา ให้ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา โดยสมเด็จพระพุฒาจารย์ (สนิท ชวนปัญโญ) เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก ได้รายงานต่อที่ประชุมมส.ว่า ดำเนินการไปด้วยความถูกต้องตามหลักเกณฑ์ที่กฎมส.กำหนดไว้ทุกประการ ส่วนการต้องอธิกรณ์ตามข้อวินิจฉัยของคณะกรรมการสอบสวนว่าผิดจริยาพระสังฆาธิการอย่างร้ายแรงนั้น พระราชปริยัติสุนทร ได้พ้นมลทินโทษไปแล้ว จากนั้นได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับกรณีดังกล่าวทั้งทางสื่อโทรทัศน์ สื่อสิ่งพิมพ์ และทางสื่อโซเชียล เน็ตเวิร์ก ส่งผลให้ภาพพจน์ของมส.ออกไปในทางลบ

ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 4 ก.ค. เวลา 10.15 น. ที่อาคารหลังใหม่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) พุทธมณฑล จ.นครปฐม นายฉลอง หอมหวล ในฐานะผู้ประสานงานกลุ่มรักษ์ธรรมเมืองแปดริ้ว ได้เข้ายื่นหนังสือถึง พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผอ.พศ. ในฐานะเลขาธิการมหาเถรสมาคม เรื่อง ขอให้พิจารณาความผิดทางการปกครองสงฆ์ของเจ้าคณะหนตะวันออก และเจ้าคณะภาค 12 โดยมีนายสมเกียรติ ธงศรี ผู้ตรวจราชการพศ. เป็นผู้ออกมารับหนังสือแทน พร้อมทั้งกล่าวว่า จะนำเรื่องนี้เข้ารายงานผอ.พศ.เพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป

ด้านนายฉลอง กล่าวว่า ทางกลุ่มรักษ์ธรรมฯ ไม่ได้คัดค้านมติมส.ที่รับรองมติการแต่งตั้งพระราชปริยัติสุนทร เป็นเจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทราไปแล้ว แต่อยากให้มส.พิจารณาว่า การดำเนินการของเจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก กับเจ้าคณะภาค 12 นั้นถูกต้องหรือไม่ เพราะทางกลุ่มรักษ์ธรรมฯ พบว่า พระราชปริยัติสุนทร เคยถูกตั้งกรรมการสอบสวนอธิกรณ์ เมื่อปี 2553 และพระเทพปัญญาเมธี เจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทราในขณะนั้น เสนอไปยัง พระพรหมสุธี หรือ เจ้าคุณเสนาะ เจ้าคณะภาค 12 ในขณะนั้น ให้พิจารณาถอดถอนจากตำแหน่งผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธรฯ ซึ่งเท่ากับว่าขาดคุณสมบัติกฎมหาเถรสมาคมฉบับที่ 24 (พ.ศ. 2541) ว่าด้วยการแต่งตั้งถอดถอนพระสังฆาธิการ หมวด 2 ข้อ 6 (6) ที่ระบุว่า ไม่เคยต้องคำวินิจฉัยลงโทษในอธิกรณ์ที่พึงรังเกียจมาก่อน ดังนั้นการที่เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก และเจ้าคณะภาค 12 ยังคงเสนอชื่อพระราชปริยัติสุนทร ต่อมส.ถือว่าปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่ จึงอยากให้ผอ.พศ.ในฐานะเลขาธิการมส. นำเรื่องเข้าเสนอมส.เพื่อพิจารณาด้วย

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีอธิกรณ์ดังกล่าว ทางมส.ได้พิจารณา และมีมติถอนอธิกรณ์ พร้อมทั้งคืนตำแหน่งผู้ช่วยเจ้าอาวาสให้กับพระราชปริยัติสุนทรไปแล้วตั้งแต่เมื่อปี 2557 เมื่อครั้งพระราชปริยัติสุนทร ยังมีสมณศักดิ์ที่พระปริยัติกิจวิธาน อีกทั้งเจ้าอาวาสวัดโสธรฯ ก็รับทราบเรื่อง และเป็นผู้ลงนามในหนังสือคืนตำแหน่งเองด้วย นายฉลอง กล่าวว่า ตนไม่เห็นว่ามีการลงโทษอย่างไร และการคืนตำแหน่ง ก็ไม่ทราบว่าถูกบังคับหรือไม่ อีกทั้งตนยังไม่เห็นหนังสือคืนตำแหน่งผู้ช่วยเจ้าอาวาส

ส่วนข้อความในหนังสือดังกล่าว ระบุว่า ด้วยกลุ่มรักษ์ธรรมเมืองแปดริ้ว เมื่อทราบข่าวต่างรู้สึกสลดหดหู่ใจ ที่พระสงฆ์ระดับเจ้าคณะหน และภาค ได้ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบในการบริหารกิจการคณะสงฆ์ ที่ได้เสนอต่อมส.ให้แต่งตั้ง พระราชปริยัติสุนทร ให้ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา ทั้งที่เป็นผู้ขาดคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งตามกฏมส. ซึ่งมีระบุไว้อย่างชัดเจนว่า ผู้ที่ดำรงตำแหน่งพระสังฆาธิการในหมวด 2 ข้อ 6 (3) มีความประพฤติเรียบร้อยตามพระธรรมวินัย หรือในหมวด 2 ข้อ 6 (6) ไม่ต้องคำวินิจฉัยลงโทษในอธิกรณ์ที่พึงรังเกียจมาก่อน ซึ่งพระราชปริยัติสุนทร เป็นผู้ขาดคุณสมบัติ โดยประพฤติผิดจริยาพระสังฆาธิการอย่างร้ายแรง ตามที่คณะกรรมการสอบสวนอธิกรณ์ที่มี พระธรรมสิทธิเวที วัดสังเวชวิศยาราม เป็นประธานสอบสวน เมื่อปี 2553 โดยเสนอให้ถอดถอนออกจากตำแหน่งหน้าที่ฐานละเมิดจริยา เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่การคณะสงฆ์ ตามกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 24 (พ.ศ.2541) ข้อ 55 (4)