กลุ่มอดีตศิษย์แฉอีก “พระคึกฤทธิ์” เมินมติมส. ตัดศีล 227 เหลือ 150 ข้อ เทศน์อวดอุตริฯ อ้างฟังคำสอนพุทธวจนก่อนตาย จะได้เป็นอริยะ ร้องเจ้าคณะตำบลสอบ

0
1382

วันนี้ (13 ก.พ.2562) นายมานพ บุญชื่น ประธานกลุ่มพุทธพจน์จากพระไตรปิฎก กล่าวว่า ตามที่ทางกลุ่มพุทธพจน์ฯ ซึ่งเป็นอดีตลูกศิษย์ของพระอธิการคึกฤทธิ์ โสตฺถิผโล เจ้าอาวาสวัดนาป่าพง เจ้าสำนัก “พุทธวจน” คลอง 10 ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ได้พบเห็นความไม่ถูกต้องในการบริหารงบประมาณที่ได้รับมาจากการบริจาค และพบว่าพระอธิการคึกฤทธิ์ ไม่ได้นำเงินบริจาคของญาติโยมมาใช้ตามวัตถุประสงค์ในการบริจาคถึงกว่า 500 ล้านบาท จึงนำมาสู่การยื่นฟ้องต่อศาลจังหวัดธัญบุรี ในข้อหาฉ้อโกงนั้น นอกจากนี้ทางกลุ่มพุทธพจน์ฯ ยังได้ยื่นร้องเรียนไปยังพระครูปทุมศรีลาภรณ์ เจ้าคณะตำบลลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี ให้ตรวจสอบพฤติกรรมของพระอธิการคึกฤทธิ์ ว่าเข้าข่ายอวดอุตริมนุสธรรม หรือไม่ เพราะพระอธิการคึกฤทธิ์ มีการเทศน์สั่งสอนว่า หากได้ฟังธรรมพุทธวจนจากพระอธิการคึกฤทธิ์ ก่อนตายเพียง 5-10 นาทีเท่านั้น เมื่อตายไปแล้วจะได้เป็นอริยบุคคล

นายมานพ กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ยังขอให้ตรวจสอบกรณีที่พระอธิการคึกฤทธิ์ ไม่ปฏิบัติตามมติมหาเถรสมาคม(มส.) ที่ให้พระสงฆ์รักษาศีล 227 ข้อ แต่พระอธิการคึกฤทธิ์ มีการตัดศีลเหลือเพียง 150 ข้อ ซึ่งมส.ได้มีมติกรณีดังกล่าวมาตั้งแต่ปี 2557 แล้ว และให้คณะสงฆ์ไทยยึดถือศีล 227 ข้อ ตามพระวินัยปิฎก พร้อมทั้งให้เจ้าคณะผู้ปกครองไปแจ้งพระอธิการคึกฤทธิ์ ให้ปฏิบัติตาม แต่ปรากฎว่าพระอธิการคึกฤทธิ์ไม่ปฏิบัติตาม ยังคงยึดถือศีล 150 ข้อ ตามเดิม พร้อมกันนี้ยังขอให้ตรวจสอบคำสอนพุทธวจน ของวัดนาป่าพง ว่าเป็นการบิดเบือนคำสอนในพระไตรปิฎกหรือไม่ด้วย ซึ่งทางเจ้าคณะตำบลลำลูกกา ได้รับเรื่อง และส่งต่อให้เจ้าคณะอำเภอลำลูกกา พิจารณาดำเนินการแล้ว

ด้านนางเบญญาภา สว่างวิวัฒนา อาสามูลนิธิพุทธโฆษณ์ วัดนาป่าพง กล่าวว่า ทางมูลนิธิฯ จะไม่ขอตอบโต้ แต่ยืนยันว่าจำนวนเงินที่ถูกกล่าวหานั้นไม่เป็นความจริง และอีกไม่นานเมื่อศาลมีคำพิพากษาความจริงก็จะปรากฎ ขณะเดียวกันทางมูลนิธิฯ กำลังพิจารณาดำเนินการกับทางกลุ่มพุทธพจน์ฯ ที่ออกมาให้ข้อมูลผ่านทางสื่อด้วย

ขอบคุณภาพ : ลานธรรมจักร

…………………………………………………………………………………………………………….