กลุ่มพิธี ศน. ทำรายนามพระสงฆ์ทั่วประเทศ 172 รูป ในการพระราชพิธีสถาปนา สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ เป็นสมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 20 ณ วัดพระแก้ว 12 ก.พ.นี้

0
2217

เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า มีการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 20 แล้ว โดยได้ดำเนินการตามขั้นตอนมาโดยตลอด และได้มีการนำรายชื่อสมเด็จพระราชาคณะผู้ที่มีคุณสมบัติครบตามที่ได้บอกไว้สามประการ ทูลเกล้าฯขึ้นไปทั้งห้ารูป ซึ่งคงไม่ต้องถามว่าเป็นใคร และวันเดียวกันนี้ได้รับการแจ้งมาว่ามีการโปรดเกล้าฯ ลงมาเรียบร้อยแล้ว คือสมเด็จวัดราชบพิธ ในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ จะมีการสถาปนาที่วัดพระแก้วในเวลา 17.00 น. ซึ่งสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร จะเสด็จด้วยพระองค์เอง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 20 มีพระนามเต็มว่า สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สุขุมธรรมวิธานธำรง สกลมหาสังฆปริณายก ตรีปิฎกธีราจารย์ อัมพราภิธานสังฆวิสุต ปาพจนุตตมสาสนโสภณ กิตตินิรมลคุรุฐานียบัณฑิต วชิราลงกรณนริศรปสันนาภิสิตประกาศ วิสารทนาถธรรมทูตาภิวุฒ ทศมินทรสมมุติปฐมสกลคณาธิเบศร ปวิธเนตโยภาสวาสนวงศวิวัฒ พุทธบริษัทคารวสถาน วิบูลสีลสมาจารวัตรวิปัสสนสุนทร ชินวรมหามุนีวงศานุศิษฏ์ บวรธรรมบพิตร สมเด็จพระสังฆราช (อมฺพรมหาเถร) สถิต ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารา และในวันเดียวกัน กลุ่มพิธี กองศาสนูปถัมภ์ กรมการศาสนา(ศน.) กระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) ได้ออกหนังสือบัญชีพระสงฆ์กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะใหญ่ เจ้าคณะภาค เจ้าคณะจังหวัด(ม) เจ้าคณะจังหวัด(ธ) เพื่อการในพระราชพิธีสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 20 ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) ในพระบรมมหาราชวัง วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 16.30 น. โดยรายนามพระสงฆ์นี้ประกอบด้วย กรรมการมหาเถรสมาคม จำนวน 18 รูป เจ้าคณะใหญ่และเจ้าคณะภาค จำนวน 20 รูป เจ้าคณะจังหวัด(ม) จำนวน 76 รูป เจ้าคณะจังหวัด(ธ) จำนวน 58 รูป รวมทั้งสิ้น 172 รูป

สำหรับ สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ (อัมพร อมฺพโร) นามเดิม อัมพร ประสัตถพงศ์ เป็นสมเด็จพระราชาคณะฝ่ายธรรมยุติกนิกาย ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร ดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการมหาเถรสมาคม และแม่กองงานพระธรรมทูต เกิดเมื่อวันเสาร์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2470 ณ ตำบลบางป่า อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี โยมบิดาชื่อนายนับ ประสัตถพงศ์ โยมมารดาชื่อนางตาล ประสัตถพงศ์ ครอบครัวประกอบอาชีพค้าขาย เรียนชั้นประถมศึกษาที่โรงเรียนเทวานุเคราะห์ กองบินน้อยที่ 4 ตำบลโคกกระเทียม อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี จนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 บรรพชาเป็นสามเณร เมื่อพ.ศ. 2480 ณ วัดสัตตนารถปริวัตรวรวิหาร ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี โดยมีพระธรรมเสนานี (เงิน นนฺโท) เป็นพระอุปัชฌาย์ ต่อมาได้เข้าพิธีอุปสมบทเป็นพระภิกษุ เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2491 ณ พัทธสีมาวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม โดยมีสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (วาสน์ วาสโน) เป็นพระอุปัชฌาย์ และพระจินดากรมุนี (ทองเจือ จินฺตากโร) เป็นพระกรรมวาจาจารย์

สามเณรอัมพร ประสัตถพงศ์ เคยไปอยู่จำพรรษาที่วัดตรีญาติ ต.พงสวาย เพื่อศึกษาเล่าเรียนพระปริยัติธรรม พ.ศ. 2483 สามารถสอบได้นักธรรมชั้นตรี จากนั้น พ.ศ. 2484 สามารถสอบได้นักธรรมชั้นโทและ พ.ศ. 2486 สามารถสอบได้นักธรรมชั้นเอก และสอบได้เปรียญธรรม 3 ประโยค เมื่อพ.ศ. 2488 สอบได้เปรียญธรรม 4 ประโยค

เมื่อ พ.ศ. 2490 ได้ย้ายมาอยู่จำพรรษา ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม โดยสมเด็จพระพุทธปาพจนบดี (ทองเจือ จินฺตากโร) เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่พระจินดากรมุนี นำมาฝากกับสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (วาสน์ วาสโน) สกลมหาสังฆปริณายก

ภายหลังอุปสมบทเมื่อ พ.ศ. 2491 ศึกษาพระปริยัติธรรมในสำนักเรียนวัดราชบพิธฯ จน พ.ศ. 2491 สามารถสอบได้เปรียญธรรม 5 ประโยค และ พ.ศ. ๒๔๙๓ สามารถสอบได้เปรียญธรรม 6 ประโยค ต่อมา เข้าศึกษาที่มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย เป็นนักศึกษารุ่นที่ 5 จบศาสนศาสตรบัณฑิต เมื่อปี พ.ศ. 2500 และได้เดินทางไปศึกษาต่อระดับปริญญาโท ณ มหาวิทยาลัยพาราณสี (Banaras Hindu University) ประเทศอินเดีย จบการศึกษาเมื่อปี พ.ศ. 2512 ด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดี

ปี พ.ศ. 2552 สภามหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ถวายศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาพุทธศาสตร์ ปี พ.ศ. 2553 สภามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ถวายปริญญาพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาธรรมนิเทศ และปัจจุบัน พ.ศ. 2560 เจ้าประคุณสมเด็จมีอายุ 89 ปี 68 พรรษา