กรมวังผู้ใหญ่ เป็นประธานเปิดหอผู้ป่วยราชทัณฑ์ปันสุข โรงพยาบาลนครปฐม ปลื้มในความเมตตาของ “หลวงพี่น้ำฝน” ที่ยกระดับมาตรฐานด้านสาธารณสุข

0
47

จัดแยกการตรวจรักษาผู้ป่วยที่เป็นผู้ต้องขังและประชาชนทั่วไป โดย “หลวงพี่น้ำฝน” เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม นำคณะศิษยานุศิษย์ ร่วมสนับสนุนส่งเสริมการจัดการที่เกิดประโยชน์ ลดความเครียดสร้างความสะดวกในการรับการตรวจรักษาอย่างไม่กดดัน

วันนี้ (11พฤศจิกายน 2565) ที่อาคารรวมเมฆ โรงพยาบาลนครปฐม อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม พล.อ.อ.สุบิน ชิวปรีชา กรมวังผู้ใหญ่ เป็นประธานในพิธีเปิดหอผู้ป่วยราชทัณฑ์ปันสุข โรงพยาบาลนครปฐม โดยมี นายสุรศักดิ์  เจริญสิริโชค ผู้ว่าราชการจังหวัด พร้อมด้วยพระครูปลัดสิทธิวัฒน์ (หลวงพี่น้ำฝน) เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม  นายนายขวัญไชย สันติภราภพ ผู้บัญชาการเรือนจำกลางนครปฐม นายแพทย์สุรชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม พร้อมด้วยคณะผู้บริหารเรือนจำกลางนครปฐม  คณะแพทย์ พยาบาลโรงพยาบาลนครปฐม และศิษยานุศิษย์วัดไผ่ล้อม  ร่วมในพิธี

นายแพทย์สุรชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม กล่าวรายงานว่า สืบเนื่องจากปี 2562 โรงพยาบาลนครปฐม ร่วมกับเรือนจำกลางนครปฐม ได้น้อมนำพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มาใช้ในการดำเนินงาน “โครงการราชทัณฑ์ปันสุข” ทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ โดยจัดบริการส่งเสริมป้องกัน รักษาพยาบาล และฟื้นฟูสุขภาพเพื่อให้ผู้ต้องขังเข้าถึงการรักษาพยาบาลอย่างเท่าเทียม ตามหลักมนุษยธรรม เมื่อพ้นโทษจะได้มีสุขภาพสมบูรณ์ทั้งกายและใจออกมาสู่สังคมภายนอกและประกอบอาชีพสุจริตได้อย่างมีคุณภาพ ในกรณีที่ผู้ต้องขังมีอาการรุนแรงหรือมีความจำเป็นต้องส่งตัวมารับการรักษาต่อที่โรงพยาบาลนครปฐม ทั้งผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการดูแลผู้ต้องขังที่เจ็บป่วย

“ในการนี้ โรงพยาบาลนครปฐมได้รับความเมตตาจาก พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม ที่ให้การสนับสนุนปรับปรุงสถานที่และภูมิทัศน์ “หอผู้ป่วยราชทัณฑ์ปันสุข” ขึ้นบริเวณชั้น 1 อาคารรวมเมฆ เป็นหอผู้ป่วยรับผู้ต้องขังที่จำเป็นต้องนอนพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล จำนวน 6 เตียง และมีห้องพักสำหรับเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ แยกเป็นชายและหญิง โดยมีบุคลากรทางการแพทย์ให้การดูแลตลอด 24 ชั่วโมง รวมทั้งมีห้องตรวจผู้ป่วยนอก ให้บริการตรวจรักษาเฉพาะสำหรับผู้ต้องขังด้วย” ผอ.โรงพยาบาลนครปฐมกล่าว

พล.อ.อ.สุบิน ชิวปรีชา กรมวังผู้ใหญ่ กล่าวในพิธีเปิดว่า รู้สึกยินดีที่โรงพยาบาลนครปฐม ได้จัดให้บริการดูและรักษาผู้ต้องขังที่ได้มาตรฐานตามหลักสากล และได้มาตรฐานใกล้เคียงประชาชน ซึ่งเป็นที่น่ายินดี ภายใต้นโยบายการทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และต้องขอกราบขอบพระคุณในความเมตตาของพระครูปลัดสิทธิวัฒน์ เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม ที่ได้ให้ความอุปถัมภ์ปรับปรุง “หอผู้ป่วยราชทัณฑ์ปันสุข” รวมทั้งท่านผู้บัญชาการเรือนจำกลางนครปฐม และท่านผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐมที่ได้ร่วมจัดบริการตามระบบสาธารณสุขสำหรับผู้ต้องขังในเรือนจำ ซึ่งจะเข้ารอบการพิจารณาเข้ารับรางวัลทำดีเพื่อชาติในระดับประเทศ และเรือนจำดีเด่นประจำปี ต่อไป

ทั้งนี้ หอผู้ป่วยราชทัณฑ์ปันสุข โรงพยาบาลนครปฐม เป็นการดำเนินการโครงการต้นแบบในการจัดทำหอผู้ป่วยสำหรับผู้ต้องขังโดยเฉพาะ โดยจะเป็นการจัดไว้สำหรับแยกออกจากห้องรักษาผู้ป่วยทั่วไปที่มารับการตรวจและรักษาตัวภายในโรงพยาบาลนครปฐม ซึ่งจะมีแพทย์ พยาบาล และบุคคลากรทางการแพทย์ประจำอยู่ในหอผู้ป่วยดังกล่าว  และจะมีเตียงสำหรับผู้ป่วยที่ต้องนอนพักรักษาเบ็ดเสร็จ  ทำให้เกิดความสะดวกสบายกับผู้ที่มารับการตรวจรักษาทั้งสองส่วนแบบแยกออกจากกันโดยชัดเจน

พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ หรือหลวงพี่น้ำฝน เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม กล่าวว่า สำหรับหอผู้ป่วยราชทัณฑ์ปันสุข ถือว่าเป็นหอผู้ป่วยแห่งแรกที่ทางอาตมาและศิษยานุศิษย์ของวัดไผ่ล้อมได้ร่วมมือกับเรือนจำกลางนครปฐม ในการจัดสร้างขึ้นที่โรงพยาบาลนครปฐม โดยเป็นการร่วมมือระหว่างหน่วยงานรัฐ วัด และภาคประชาชน ที่ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการรักษาผู้ป่วยที่เป็นผู้ต้องขังและประชาชนทั่วไป

หลวงพี่น้ำฝน กล่าวอีกว่า เดิมทีที่อาตมาเข้ารับการตรวจสุขภาพและรักษาอาการอาพาธที่โรงพยาบาลนครปฐม ครั้งหนึ่งได้เห็นมีรถของกรมราชทัณฑ์ นำผู้ต้องขังที่เป็นผู้ป่วยมารับการตรวจรักษาที่ ซึ่งก็มีภาพที่น่าหดหู่ใจ เนื่องจากต้องมีการสวมกุญแจมือและบางรายที่ก่อโทษหนักก็จะถูกใส่โซ่ตรวนล่ามขามาด้วย ซึ่งอาจจะทำให้ผู้ต้องขังเกิดความอาย วิตกและเกิดความเครียดทั้ง ๆ ที่ป่วยและยังขาดอิสรภาพ ขณะที่ประชาชนที่มารับการรักษาก็เกิดความไม่สบายใจเมื่อต้องมาอยู่ในช่วงของการรอรับการตรวจรักษา จึงเป็นที่มาที่อยากจะทำให้เกิดความสะดวกและแยกสัดส่วนที่ชัดเจนขึ้น

“อาตมาเห็นว่าการต้องจัดทำหอผู้ป่วยแบบแยกออกจากกัน จะทำให้ทุกฝ่ายเกิดความสะดวกในการรับการตรวจรักษา  เพราะประชาชนที่ป่วยก็จะเกิดความกลัว ส่วนผู้ต้องโทษก็เครียดไปด้วย อาตมาจึงได้มาหารือกับศิษยานุศิษย์กองทัพบุญของวัดไผ่ล้อม ซึ่งก็ได้เห็นตรงกันว่าควรที่จะมีหอผู้ป่วยที่ยากจากกัน จึงได้นำไปสู่การหารือกับเรือนจำกลางนครปฐมและกรมราชทัณฑ์ ทำให้เกิดเป็นหอผู้ป่วยต้นแบบ ที่โรงพยาบาลนครปฐมแห่งนี้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับสังคมอีกรูปแบบหนึ่งด้วย” หลวงพี่น้ำฝน กล่าว

*****************************************************************